ศาลหลักเมืองจังหวัดสมุทรสงคราม

17 ต.ค. 2561      356 views

แชร์ทั้งหมด 0 ครั้ง

Facebook share Twitter share Print

ศาลหลักเมืองจังหวัดสมุทรสงคราม มีลักษณะเป็นสถาปัตยกรรมไทย เป็นมณฑปจตุรมุขทรงไทย ก่ออิฐฉาบปูนทาสีเหลืองทองทั้งอาคารศาล หลังคาซ้อน ๒ ชั้นยอดปรางค์ ส่วนของยอดปรางค์ประดับฝักเพกา (ลำภุขัน) มีลักษณะคล้ายวชิราวุธอันเป็นอาวุธของพระอินทร์ มีซุ้มประตูเข้า-ออกทั้ง ๔ ด้าน กองหัตถศิลป์ กรมศิลปากร เป็นผู้ออกแบบ ภายในประดิษฐานเสาหลักเมือง ซึ่งมีลักษณะเป็นเสากลม ทำจากไม้มงคลชัยพฤกษ์ ฐานแกะสลักเป็นกลีบดอกบัวรองรับ หัวเสาแกะสลักเป็นดอกบัวภายในบรรจุผะอบทองคำชั้นนอกเป็นผะอบทองยอดปริก ชั้นสองผะอบซ้อนอยู่ข้างใน ชั้นในสุดผะอบทองคำสำหรับบรรจุเส้นพระเจ้า (เส้นพระเกศา-เส้นผมพระมหากษัตริย์) ปลายยอดเสาหลักเมืองแกะสลักเป็น ๔ เศียร ๔ พักตร์อย่างสวยงาม โดยกองหัตถศิลป์ กรมศิลปากร เป็นผู้ออกแบบและแกะสลักเสาหลักเมือง 

ลักษณะเด่น

ศาลหลักเมืองจังหวัดสมุทรสงคราม มีลักษณะเป็นเสากลม
ทำจากไม้มงคลชัยพฤกษ์ ฐานแกะสลักเป็นกลีบดอกบัวรองรับ
หัวเสาแกะสลักเป็นดอกบัว ภายในบรรจุผะอบทองคำ
สำหรับบรรจุเส้นพระเจ้า (พระเกศาของพระมหากษัตริย์)
ปลายยอดเสาหลักเมืองแกะสลักเป็น ๔ เศียร ๔ พักตร์ 

ประวัติ

ศาลหลักเมืองจังหวัดสมุทรสงคราม นี้สร้างในสมัย นายชาญ กาจนนาคพันธุ์ เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม โดยพิจารณาเห็นว่าจังหวัดสมุทรสงครามนี้เป็นจังหวัดเก่าแก่มีความสำคัญในทางประวัติศาสตร์หลายอย่างผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงครามและสภาจังหวัดลงมติเป็นเอกฉันท์ให้สร้างขึ้นเพราะถือว่า เป็นเมืองเก่าแก่ทุกแห่งจะต้องมีศาลหลักเมือง
สำหรับเมืองสมุทรสงครามนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดได้สอบถามไปยังกรมศิลปกรว่าเคยมีศาลหลักเมืองหรือไม่ ทางกรมศิลปากรได้ค้นหาปรากฏว่าไม่มี ทางจังหวัดจึงให้กรมศิลปากรออกแบบศาลหลักเมืองขึ้น

ศาลหลักเมืองจังหวัดสมุทรสงคราม สร้างขึ้นโดยดำริของนายชาญ กาญจนาคพันธุ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงครามในสมัยนั้น โดยมีนายเทพ สุนทรศารทูล เป็นประธานฝ่ายประชาสัมพันธ์ และเลขานุการคณะกรรมการศาลหลักเมือง 
ด้วยเหตุผลที่สำคัญ ๔ ประการคือ 
๑. เมืองสมุทรสงคราม ก่อตั้งเป็นบ้านเมืองมาตั้งแต่แผ่นดินของ สมเด็จพระนารายณ์มหาราช จนกระทั่งบัดนี้ประมาณ ๔๐๐ ปี ยังไม่มีศาลหลักเมือง
๒. เมืองสมุทรสงคราม เป็นเมืองราชินิกุลบางช้าง และยังเป็นเมืองที่พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (รัชกาลที่ ๒) ทรงพระราชสมภพ อันเป็นเมืองประวัติศาสตร์ที่สำคัญของราชวงศ์จักรี ควรจะมีศาลหลักเมืองไว้เชิดหน้าชูตาของบ้านเมือง
๓. การสร้างศาลหลักเมือง เป็นประเพณีมาแต่โบราณ หัวเมืองที่สำคัญท่านนิยมสร้างศาลหลักเมืองไว้เป็นสัญลักษณ์ ว่าบ้านเมืองมั่นคง ประชาชนอยู่กันอย่างร่มเย็นเป็นสุข 
๔. ศาลหลักเมือง เป็นวัตถุสถานอันสำคัญ ให้ประชาชนได้เคารพบูชาเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของประชาชนชาวเมืองให้มีความผูกพัน รักใคร่ปรองดองกัน มีความสมานสามัคคีเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน อยู่ทำมาหากินด้วยความร่มเย็นเป็นสุข อันเป็นหลักใหญ่ของการปกครองบ้านเมืองทุกยุคทุกสมัย