อาสนวิหารแม่พระบังเกิด
เผยแพร่เมื่อ 16/10/2561
share.label:

อาสนวิหารแม่พระบังเกิดเป็นโบสถ์คาทอลิค ที่สวยงามที่สุดและสูงที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำแม่กลอง ปากคลองบางนกแขวก มีอายุกว่า 100 ปี ใช้ศิลปะแบบโกธิคของฝรั่งเศส ภายในประดับด้วยกระจกสีสแตนกลาส ซุ้มประตูน่าต่างแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับพระมารดาและนักบุญต่างๆ นอกจากนี้ยังมีรูปปั้นพระเยซูที่สง่างาม ดูโดยรวมแล้วงดงามอลังการเป็นอย่างมาก
ลักษณะเด่น
เป็นสถาปัตยกรรมแบบโกธิคของประเทศฝรั่งเศส ฉาบด้วยปูนตำ ภายในประดับด้วยภาพกระจกสีสวยงดงาม มีรูปปั้น ธรรมาสน์เทศน์ อ่างล้างบาป ขาเทียนลักษณะต่างๆ และรูปแกะสลักบรรยายเกร็ดประวัติในพระคัมภีร์คริสตศาสนา นับเป็นโบสถ์ที่มีความสวยงามไม่ไกลจากริมฝั่งแม่น้ำ
ประวัติ
อาสนวิหารแม่พระบังเกิด (อังกฤษ: Nativity of Our Lady Cathedral) ตั้งอยู่หมู่ที่ 7 ตำบลบางนกแขวก จังหวัดสมุทรสงคราม เป็นอาสนวิหารประจำเขตมิสซังราชบุรี ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่การบังเกิดของพระแม่มารีย์ ถือเป็นสถานที่สักการะอันศักดิ์สิทธิ์ของคริสตชนนิกายโรมันคาทอลิกที่อาศัยอยู่โดยรอบ สร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1890 (พ.ศ. 2433) โดยบาทหลวงเปาโลซัลมอน มิชชันนารีชาวฝรั่งเศส ใช้เวลาก่อสร้างถึง 6 ปี เป็นสถาปัตยกรรมกอทิกที่สร้างด้วยอิฐเผา ผนังฉาบด้วยปูนตำกับน้ำเชื่อมจากอ้อยดำภายในประดับด้วยกระจกสีที่สวยงามจากประเทศฝรั่งเศสที่เป็นเรื่องเล่าเกี่ยวกับพระนางมารีย์พรหมจารีตามคัมภีร์ไบเบิล และภาพของบรรดานักบุญทั้งชายและหญิง มีรูปปั้น ธรรมาสน์ อ่างล้างบาป ขาเทียนลักษณะต่าง ๆ และรูปแกะสลักประดับบานประตู บรรยายเกร็ดประวัติในพระคัมภีร์คริสต์ศาสนาบางตอน
ลักษณะสิ่งก่อสร้าง :
อาสนวิหารแม่พระบังเกิด เป็นสถาปัตยกรรมแบบโกธิค คือรูปแบบการก่อสร้างจึงมีโครงสร้างสูง ที่ยอดเป็นหอสูงแหลมอยู่ข้างบน ( ใช้เป็นหอระฆัง ) ทำให้รูปร่างสูงระหงขึ้นสู่ฟ้า เพดาน ซุ้มประตูหน้าต่าง และซุ้มภายในมีส่วนโค้งที่แปลกกว่าส่วนโค้งของศิลปะอื่นใด คือเป็นส่วนโค้งที่มีจุดตัดอยู่บนสุด รูปแบบภายนอกของอาสนวิหารได้สัดส่วนสวยงามมากที่สุดในประเทศไทย ภายในอาสนวิหารมีสิ่งหนึ่งที่เด่นหาดูยากและสวยงามที่สุดในประเทศไทยเช่นกัน นั่นก็คือ กระจกสี ตามช่องซุ้มประตูและหน้าต่างเป็นภาพรวมกันอยู่ภายในกรอบ เมื่อพิจารณาภาพจากช่องที่มีแสงสว่างผ่าน ดูคล้ายกับภาพนั้นเขียนด้วยแก้วสีปัจจุบันอาสนวิหารแม่พระบังเกิดมีบาทหลวงสมควร หมายแม้น เป็นอธิการโบสถ์ และบาทหลวงรุ่งเรือง สารสุข เป็นผู้ช่วยอธิการโบสถ์
วัสดุที่ใช้ก่อสร้าง :
ใช้กากอ้อยบดผสมกับดินเหนียวทาผนัง ทำให้ผนังของโบสถ์ด้านนอกออกเป็นสีเทาๆ ดูน่าสนใจ และใน ปี ค.ศ. 1993 อาสนวิหารแม่พระบังเกิด ได้รับการบูรณะปรับปรุงใหม่อีกครั้งหนึ่งแต่ยังคงรูปเดิมไว้โดยใช้ศิลปะปูนตำซ่อมพื้นผิวภายนอก เพดานาอาสนวิหารได้ปรับปรุงใหม่ติดอักษร J.H.S และ AM ดูคล้ายกับศิลปะสมัยกลาง ประตูอาสนวิหารใช้ศิลปะไทยประยุกต์โดยใช้ศิลปะเครื่องเขินจากเชียงใหม่ ที่ทำขึ้นตั้งแต่สมัยโบราณ และยังคงอยู่มาจนทุกวันนี้
ธรรมมาสน์ที่เห็นนั้น เมื่อก่อนยังไม่มีเครื่องขยายเสียง จึงต้องใช้ธรรมมาสน์ตั้งอยู่ในจุดที่ได้ทำการทดสอบแล้วว่าจุดนั้นจะเป็นจุดที่กระจายเสียงออกไปครอบคลุมทุกพื้นที่ของโบสถ์ แต่เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป มีเครื่องขยายเสียงเข้ามา จึงไม่ค่อยได้ใช้ธรรมมาสน์แล้วครับจากอดีตสู่ปัจจุบันอาสนวิหารแม่พระบังเกิด นอกจากจะเป็นเบ้าหลอมจิตใจของคนหลากหลายเชื้อชาติให้เป็นหนึ่งเดียวกัน ทั้งในด้านคุณธรรมและจริยธรรมแล้ว ยังทรงคุณค่าทางด้านศิลปกรรมและสถาปัตยกรรมที่มีลักษณะเด่น เป็นเกียรติและศักดิ์ศรีของจังหวัดสมุทรสงครามและของชาติสมควรที่จะได้รับการดูแลรักษา